รู้ยัง ? สีกางเกงในมีความหมาย เลือกใส่ให้ดีก็เปลี่ยนชีวิตได้

สีของกางเกงใน มีความหมาย เลือกใส่ให้ดีก็เปลี่ยนชีวิตได้ แล้วสีไหนจะหมายถึงอะไร จะส่งผลต่ออารมณ์ของเรายังไงบ้าง วันนี้กระปุกดอทคอมนำข้อมูลมาฝากกันแล้วค่ะ

หากวันไหนที่คุณรู้สึกเหนื่อยหน่ายเพลีย ๆ บอกเลยว่าไม่ต้องไปค้นหาสถานที่ใหม่ ๆ หรือหาของหวานกินให้อ้วน เพราะแค่เปลี่ยนสีกางเกงในก็มีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของคุณแล้ว  สีของชุดที่เราเลือกใส่นั้น จะส่งผลต่อพลังและอารมณ์ของเราในแต่ละวัน แม้ว่าจะเป็นในส่วนที่ไม่มีใครสามารถมองเห็น อย่างสีของกางเกงชั้นในก็ตาม

โดยเธอกล่าวว่า เธอสวมกางเกงในสีแดงทุกวัน เพราะสีนี้สามารถมอบพลัง และช่วยเพิ่มพลังให้เธอในการทำงานยาวนานถึง 14 ชั่วโมงได้ ซึ่งหากคุณโปรดปรานในการใส่กางเกงในสีดำ เทา หรือขาวละก็ แอนเจลกล่าวว่า สีเหล่านั้นจะให้พลังด้านลบ โดยเฉพาะสีดำที่คิดว่าเซ็กซี่ และควรเลือกมาใส่บนเตียงที่สุด แต่เอาเข้าจริงแล้วสีนี้ไม่ส่งพลังแต่อย่างใด

สำหรับสีที่ควรใส่บนเตียงให้เร่าร้อนจริง ๆ คือสีแดงต่างหาก เพราะสีนี้หมายถึงเรื่องทางเพศ เกี่ยวกับความปรารถนาทางเพศนั่นเอง ส่วนสาว ๆ คนไหนที่จะต้องไปสัมภาษณ์งาน แนะนำว่าให้ใส่สีน้ำเงินใต้ทะเลลึก เพราะเป็นสีสงบเยือกเย็นที่บ่งบอกว่า คุณคือมืออาชีพ

รู้แบบนี้แล้ว ต่อไปก็ต้องใส่ใจในการเลือกใส่กางเกงในทุกเช้ากันหน่อยแล้ว เพราะสีแต่ละสีมีความหมายในตัวของมันเองนะ อ๊ะ … มาดูกันดีกว่าว่า สีกางเกงในที่เราใส่อยู่นั้น แต่ละสีสื่อถึงอะไรบ้าง (ถ้าตัวไหนมีลวดลายให้อิงสีส่วนใหญ่บนกางเกงในตัวนั้นนะคะ)

สีฟ้า หมายถึง ผู้บริหาร มีความเชื่อมั่นในตัวเอง และความน่าไว้วางใจ

สีแดง หมายถึง ผู้ที่เอาใจใส่ต่อสิ่งภายนอก และความเร้าอารมณ์ทางเพศ

สีเขียว หมายถึง ผู้ที่ปลอดภัยไว้ใจได้ ผู้ที่เป็นห่วงเป็นใยผู้อื่น

สีเขียวอมฟ้า หมายถึง ผู้ที่สงบเยือกเย็น

สีแดงเลือดนก หมายถึง ผู้ที่ชอบเข้าสังคม ผู้ที่หมกมุ่นในทางโลก

สีเหลือง หมายถึง ผู้ที่เป็นสัตว์สังคม และฉลาดปราดเปรื่อง

สีส้ม หมายถึง ผู้สื่อสารที่ดี ผู้ที่เน้นการกระทำ คิดอะไรก็ทำทันที

สีชมพู หมายถึง ผู้ที่มีความสงสาร เห็นอกเห็นใจผู้อื่น

สีฟ้าอ่อน หมายถึง ผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์

วิธีจัดโต๊ะหมู่บูชาพระในบ้าน จัดอย่างไรให้ถูกต้องและเหมาะสม

วิธีจัดโต๊ะหมู่บูชาพระในบ้าน จัดอย่างไรให้ถูกต้องและเหมาะสม มาดูวิธีจัดโต๊ะหมู่บูชาพระในบ้านพร้อมการวางเครื่องสักการะตามการจัดโต๊ะหมู่บูชา หมู่ 4, หมู่ 5, หมู่ 7 และหมู่ 9

แน่นอนว่าคนไทยส่วนใหญ่คงเคยเห็น เคยได้ยิน และรู้จักโต๊ะหมู่บูชากันมาบ้างแล้ว แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้แน่ชัดว่าโต๊ะหมู่บูชาคืออะไรและมีความสำคัญขนาดไหน วันนี้กระปุกดอทคอมเลยนำเอาข้อมูลโต๊ะหมู่บูชามาฝากกันค่ะ เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ถึงที่มาและความสำคัญ พร้อมทั้งรูปแบบของโต๊ะหมู่บูชาที่นิยมจัดกัน จะได้เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการบูชาสิ่งที่เคารพนับถือได้ถูกต้องตามแบบแผนที่สืบทอดกันมา

ประวัติความเป็นมา

โต๊ะหมู่บูชา คือ ที่ตั้งสิ่งอันเป็นที่เคารพสักการะ ได้แก่ พระพุทธรูป พระบรมฉายาลักษณ์ พระบรมสาทิสลักษณ์ พระบรมรูปหล่อจำลอง ของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทั้งหลาย รวมไปถึงรูปของบรรพบุรุษที่เคารพนับถือ โดยตั้งเครื่องสักการบูชาควบคู่กันไป ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความเคารพและความกตัญญูต่อผู้มีอุปการคุณ ซึ่งในงานพิธีสำคัญต่าง ๆ เราก็มักจะเห็นการจัดตั้งโต๊ะหมู่บูชาหลากหลายรูปแบบตามแต่ละโอกาส

การจัดโต๊ะหมู่บูชาเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่มีการสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยอ้างอิงจากบทนิพนธ์ของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ในเรื่อง “อธิบายเครื่องบูชา” สรุปได้ว่า เมื่อสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 มีพระราชประสงค์ให้สร้างสวนชวาในพระบรมมหาราชวังขึ้น บวกกับว่าราชทูตไทยที่ไปเยือนปักกิ่งในสมัยนั้น มักจะนำเครื่องเรือนรูปแบบจีนกลับมาตกแต่งพระตำหนักในสวนชวาด้วยเสมอ

ซึ่งรูปแบบการจัดวางและลวดลายบนเครื่องเรือนแบบจีนนั้นเรียกว่า “ลายฮ่อ” และ “ลายปักโก๊” ซึ่งมีความสวยงามจนถูกนำไปประยุกต์เขียนลายบนผนังโบสถ์ และได้ถูกดัดแปลงให้เป็นเครื่องพุทธบูชาในเวลาต่อมา เมื่อสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ก็ทรงมีพระราชดำริโดยอนุโลมให้เขียนผนังโบสถ์ตามลายฮ่อ และยังมีการนำรูปแบบการจัดตั้งเครื่องเรือนแบบจีนมาสร้างม้าหมู่ (โต๊ะหมู่บูชา) เพื่อตั้งเครื่องสักการบูชาหน้าพระประธานในพระอุโบสถ วัดพระเชตุพน จนเป็นที่นิยมมาถึงปัจจุบัน หรือจะสรุปได้ว่าการจัดโต๊ะหมู่บูชานั้นเป็นวัฒนธรรมแบบผสมผสาน โดยนำเครื่องบูชาแบบไทยมาประยุกต์เข้ากับรูปแบบการจัดเครื่องเรือนแบบจีนนั่นเอง

วัตถุประสงค์การจัดโต๊ะหมู่บูชา

ก่อนอื่นต้องเท้าความไปถึงคตินิยมและความเชื่อดั้งเดิมของชาวพุทธ ที่มักจะนิมนต์พระสงฆ์และพระพุทธเจ้าเสด็จมาเป็นประธานสงฆ์ประจำงานบำเพ็ญกุศลให้ครบองค์พระรัตนตรัย (พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์) เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับงานนั้น ๆ ต่อมาได้มีการอัญเชิญพระพุทธรูปมาประดิษฐานเป็นนิมิตแทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในงานพิธีทางพุทธศาสนา ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ดั้งเดิมและเป็นอีกหนึ่งที่มาของการจัดโต๊ะหมู่บูชา ปัจจุบันการจัดโต๊ะหมู่บูชาจะถูกนำไปใช้ในโอกาสต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานพระราชพิธี รัฐพิธี หรือราษฎร์พิธี ทั้งที่เป็นงานมงคลและงานอวมงคล ดังต่อไปนี้

– พิธีทางพระพุทธศาสนา

– พิธีถวายพระพร

– พิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หรือของพระราชทาน

– ใช้ในการรับเสด็จ

– พิธีถวายสักการะในวันสำคัญเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์

– ใช้ในการประชุมต่าง ๆ

– ใช้ในการประกวด

ความสำคัญในการจัดโต๊ะหมู่บูชา

– เป็นเครื่องเตือนพุทธศาสนิกชนทั้งหลายให้เกิดแรงศรัทธาและเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เพื่อให้ปฏิบัติดี มีปัญญา และเกิดจิตสำนึก ยำเกรงต่อสิ่งที่ประดิษฐานอยู่บนโต๊ะหมู่บูชา

– ใช้เป็นสัญลักษณ์เพื่อถวายความจงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ทั้งหลาย หรือแม้กระทั่งบรรพบุรุษและบุคคลที่เราเคารพนับถือ

– เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่สื่อถึงวัฒนธรรมและเอกลักษณ์อันดีงามของไทย ซึ่งมีการออกแบบลวดลายการแกะสลัก ลงรักปิดทอง ฝังมุก และศิลปะอื่น ๆ บนเครื่องโต๊ะหมู่บูชา

การจัดโต๊ะหมู่บูชาพระในบ้าน  

องค์ประกอบหลัก ๆ ในการจัดโต๊ะหมู่บูชาพระในบ้านนั้นจะประกอบด้วยม้าหรือโต๊ะ 4 ขา วางรวมกันเพื่อเอาไว้ตั้งสิ่งเคารพบูชาและเครื่องสักการะ โต๊ะหมู่บูชาถูกแบ่งประเภทตามจำนวนโต๊ะที่เรียกว่า “โต๊ะหมู่” ซึ่งโต๊ะหมู่ที่นิยมจัดกันตามงานทั่วไปและในบ้าน ได้แก่ โต๊ะหมู่ 4, โต๊ะหมู่ 5, โต๊ะหมู่ 7 และโต๊ะหมู่ 9 ซึ่งมีการวางเครื่องสักการบูชาแตกต่างกันออกไปดังต่อไปนี้

  1. เครื่องสักการบูชาบนโต๊ะหมู่บูชา หมู่ 4

– กระถางธูป 1 กระถาง

– เชิงเทียน 1 คู่

– พานดอกไม้ 2 พาน

– แจกัน 2 ใบ

  1. เครื่องสักการบูชาโต๊ะหมู่บูชา หมู่ 5

– กระถางธูป 1 กระถาง

– เชิงเทียน 4 คู่

– พานดอกไม้ 5 พาน

– แจกัน 2 ใบ

  1. เครื่องสักการบูชาโต๊ะหมู่บูชา หมู่ 7

– กระถางธูป 1 กระถาง

– เชิงเทียน 5 คู่

– พานดอกไม้ 5 พาน

– แจกัน 2 ใบ

  1. เครื่องสักการบูชาโต๊ะหมู่บูชา หมู่ 9

– กระถางธูป 1 กระถาง

– เชิงเทียน 6 คู่

– พานดอกไม้ 7 พาน

– แจกัน 3 ใบ

ข้อกำหนดและข้อยกเว้นการจัดโต๊ะหมู่บูชา

– ในกรณีที่ไม่มีโต๊ะหมู่บูชา สามารถใช้โต๊ะหรือตั่งที่มีลักษณะและสัดส่วนเหมาะสมมาตั้งแทนได้

– ทิศทางในการตั้งโต๊ะหมู่ที่นิยม จะตั้งให้หันไปทางทิศเหนือและทิศตะวันออก

– การจัดเครื่องสักการบูชาจะต้องจัดอย่างสวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อย ที่สำคัญต้องดูแลเรื่องความสะอาดเป็นอย่างดี

– บรรดาเครื่องสักการบูชาที่นำมาวางจะต้องทำมาจากวัสดุชั้นดี อย่างเช่น เครื่องแก้ว เครื่องถ้วย หรือเครื่องโลหะ

– เครื่องสักการบูชาหลักจะต้องมีครบองค์ประกอบ จะขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปไม่ได้

หากใครที่สนใจและอยากตั้งโต๊ะหมู่บูชาพระในบ้าน ก็ควรจัดโต๊ะหมู่บูชาให้ถูกต้องและเหมาะสม ด้วยวิธีการจัดโต๊ะหมู่บูชาพร้อมด้วยเครื่องสักการะตามหมู่ต่าง ๆ ที่เรานำข้อมูลมาฝากกันในวันนี้นะคะ